วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
(พระสุธรรมคณาจารย์)
วัดอรัญบรรพต ต.บ้านหม้อ
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
เอโกปุคคะโล ทำตนเองให้เป็นคน ๆ เดียว ถือจิตดวงเดียวเท่านั้น จะสามารถพบธรรมะชั้นสูงสุดได้ไม่ต้องสงสัย
ธรรมะเป็นสิ่งประเสริฐ แม้ธรรมะประดิษฐานอยู่กลางดวงจิตใจ ของผุ้ใดแล้ว ผู้นั้นจะได้รับความอบอุ่นใจ มีที่พึ่งอันถาวร สมบูรณ์ทุกประการ จะไม่มีสิ่งใด ๆ ในโลกที่จะให้ความอบอุ่น ยิ่งกว่าธรรมะ

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลวงพ่ออุตตมะ

หลวงพ่ออุตตมะ
(พระครูอุดมสิทธาจารย์)
วัดวังวิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
น้อมระลึกอยู่เสมอในคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงตรัสไว้ดังนี้ว่า
ผู้มีปัญญา ไม่ควรให้สิ่งล่วงไปแล้วมาตาม ไม่ควรหวังสิ่งซึ่งยังมาไม่ถึง เพราะว่าสิ่งใดล่วงพ้นไปแล้ว สิ่งนั้นอันเราละเสียแล้ว อนึ่ง สิ่งใดซึ่งไม่มาถึงเล่า สิ่งนั้นก็ยังไม่มาถึง
เพราะฉะนั้น ผุ้มีปัญญาจึงไม่ควรให้สิ่งซึ่งล่วงไปแล้วมาตาม ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง ก็ผู้มีปัญญาได้มาเห็นธรรมเป็นปัจจุบันเกิดขึ้น เฉพาะหน้าแจ้งชัดอยู่ในที่นั้น ๆ ใครจะพึ่งรู้ว่าความตายจักไม่มีในวันพรุ่งนี้ เพราะว่า สู้ความหน่วงเหนี่ยว ความผูกพันด้วยมฤตยูความตาย ซึ่งมีเสนา ใหญ่นั้น มิได้เลย
ฉะนั้น ความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน อันผู้มีปัญญาควรทำเสียในวันนี้เลยทีเดียว ไม่มีความเกียจคร้าน ขยันหมั่นเพียรทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างนี้ ผู้นั้นแล เป็นผู้มีราตรีเดียวเจริญดังนี้
ให้เชื่อในกฎแห่งกรรม ทำกรรมอย่างใดย่อมส่งผลอย่างนั้น คือกรรมชั่วย่อมส่งผลชั่ว และกรรมดีย่อมส่งผลดี
ผุ้ใดทำกรรม ผลกรรมนั้นย่อมตกแก่ตัวผู้ทำ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ใครทำกรรมดี ผลกรรมที่ดีต้องตกแก่คนผุ้นั้น ใครทำกรรมชั่ว ผลกรรมชั่วก็ย่อมตกแก่ผุ้นั้นเช่นเดียวกัน

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
ผู้มีสติปัญญา ย่อมรู้ธรรมขั้นละเอียดอ่อนได้ไม่ย่ากนัก สามารถรู้เล่ห์เหลียม กิเลสภายในจิต ไม่ว่าซอกไหนมุมใด ท่านจะจับออกมาสับโขกอย่างไม่ปราณี กิเลสเป็นตัวโรคร้ายและไม่สามารถมองมันเห็นด้วยตาเปล่า หรือกล้องส่ง เมื่อใครมีกิเลสส่วนใด ชนิดใด และภายในตัวกิเลสมันจะกัดกินใจ ของบุคคลนั้นอย่างไม่มีวันพอ จนตายนั่นแหละ มันจึงปล่อย
ธรรมมะเป็นอาวุธสำคัญที่กิเลสหวั่นไหวเกรงกลัว เพราะรู้ทันกลอุบายของมัน ผุ้ปฏิบัติจะมีความอิ่มแห่งธรรมเหมือนอิ่มอาหาร จะเข้าใจกันเองไม่ต้องถาม เพราะธรรมเป็นของอิ่ม ของพอ แต่กิเลสมันไม่เคยมีความอิ่ม มันหิวกระหายอยู่เป็นนิจ
คนเราถ้ามีกิเลสเต็มตัวแล้ว มันก็เหมือนหมูเราดี ๆ นี่เอง กินแล้วนอน จนอ้วนพี เขาก็นำไปขึ้นเขียง สับ บั่น เท่านั้น
พระอริยเจ้าทั้งหลายในอดีตที่ผ่านมา ท่านรู้ทันกิเลส เมื่อกิเลสโผนมา ธรรมะโผนไป กิเลสโหดร้าย ธรรมะโหดดี อย่างทราบ ต้องออกแนวรบ นักปฏิบัติคือนักรบ เป็นต้องเป็น ตายต้องตาย จึงจะเอากิเลสอยู่ กิเลสมีเท่าไร ธรรมะต้องมีเท่านั้น

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

หลวงปู่บุดดา ถาวโร
วัดกลางชูศรีเจริญสุข
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
ขันธ์ 5 ของกิเลสมันเกิดเป็นทุกข์ ตายเป็นทุกอยู่แล้ว เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาอยู่แล้ว คนไทยนี่อะไร ๆ ไม่เสียดายหรอก ในโลกนี้ให้หมดนะ อามิสน่ะ แต่ แต่มีข้อแม้ว่า ผัวดิฉันนะ ใครแตะไม่ได้นะ เอาตายเชียวนะ จะไปนิพพานจะเอาผัวไปด้วย ปัดโธ่ เขาไปนิพพาน จะเอาผัวเมียไปที่ไหนกัน เขาเอาธรรมะไปต่างหากล่ะ
คนมันเขียนท้ายรถยนต์ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ไอ้นั่นนะมันไม่รู้จักพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มันเอาข้อวัตรของมันมา เอากิเลสอวด โอโธ่ พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดอย่างนั้น

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลวงปู่กินรี จันทิโย

หลวงปู่กินรี จันทิโย
วัดกัณตศิลาวาส
ต.ฝั่งแดง อ.เมือง จ.นครพนม
พุท-โธ อยู่ที่ไหน ไม่ต้องไม่มองที่อื่น อยุ่ที่ใจเรานี่เอง
พุท-โธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตื่น รู้เบิกบานในใจเมื่อไร เมื่อนั้น จิตใจก็งดงาม
งาม แปลว่า ดี ถ้ามันดีแล้ว มันก็เกิดความพอ ถ้ามันพอแล้วก็ดี ให้พากันเข้าใจอย่างนี้ ในความดีงามให้มันบริสุทธิ์จริง ๆ เพราะนั่นเป็นทางมนุษย์สวรรค์ และพระนิพพาน